Archive for May 2550

I C และ T

3-4 วันที่ผ่านมา อยู่ดีๆ ผมก็เข้า blogspot ไม่ได้ ก็ค่อนข้างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่แล้วก็พบว่าอาจจะมีการปิดกั้นไม่ให้เข้าใช้งาน blogspot จากกระทู้หนึ่งในเว็บ Blognone  ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นจริงตามนั้น เพราะลองมาใช้อินเทอร์เน็ตของที่ทำงานก็เข้า blogspot ได้ปกติ

นอกจากนี้ในช่วงเช้าวันนี้ผมก็พบว่าไม่สามารถเปิดเว็บที่ดูเป็นประจำทุกวันได้  หากเป็นเมื่อก่อนผมคงจะสงสัยว่าเน็ตเวิร์คเขาคงมีปัญหากระมัง หรือไม่ก็เซิร์ฟเวอร์เขาคงมีปัญหาแน่ๆ  แต่กลายเป็นว่าความคิดแวบแรกในหัวสมองของผมคือ ตัวอักษร 3 ตัว คือ I C และ T

เว็บนี้โดนเข้าให้แล้วหรือยังไง?  แต่สืบไปสืบมาก็พบว่าไม่ใช่ ปัญหากลับกลายเป็นเรื่องเครือข่ายของเขาที่มีปัญหา  ไม่เกี่ยวกับตัวอักษร 3 ตัวข้างต้นเลย

แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากเปิดเว็บไหนไม่ได้  ผมเชื่อว่าตัวอักษร 3 ตัวนี้คงโผล่เข้ามาในหัวผมอีกอย่างแน่นอนครับ  และอาจจะเหมือนกับโฆษณารณรงค์เกี่ยวกับน้ำมันแกสโซฮอลที่กำลังออกอากาศในปัจจุบัน  ที่น้ำมันแกสโซฮอลกลายเป็นแพะรับบาปในทุกเรื่อง

ดังนั้นต่อจากนี้ไป เวลาเข้าเว็บอะไรไม่ได้ก็โทษตัวอักษร 3 ตัวนี้ก็แล้วกันครับ  อย่างน้อยมีแพะรับบาปแล้วจะได้สบายใจขึ้นบ้าง :cool:

Popularity: 19% [?]

Sender Policy Framework (SPF) for Virtual host

Sender Policy Framework (SPF)  เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ตรวจสอบว่าอีเมลที่เราได้รับนั้น เป็นอีเมลที่มาจากโดเมนของผู้ส่งจริงหรือไม่  โดยที่ผู้ที่เป็นเจ้าของโดเมนจะต้องทำการเพิ่ม SPF record ให้กับโดเมนของตนเอง  ด้วยการระบุลงไปว่าอีเมลที่มาจากโดเมนนั้นๆ จะถูกส่งออกมาจากเซิร์ฟเวอร์เครื่องใด หมายเลข IP Address อะไรบ้าง

วิธีการนี้จะช่วยให้สามารถกลั่นกรองบรรดาสแปมเมลทั้งหลายได้ดียิ่งขึ้น  เพราะสแปมเมอร์ทั้งหลายมักจะปลอมตัวแอบใช้โดเมนของคนอื่นในการส่งสแปมเมล  ดังนั้นเมื่อตรวจสอบได้ว่าเป็นการปลอมแปลงโดเมน การคัดแยกอีเมลให้ไปอยู่ในกลุ่มของสแปมเมลก็ทำได้มีประสิทธิภาพขึ้น

gmail_spf1.jpgผู้ให้บริการเว็บเมลเช่น Gmail ก็ได้นำวีธีการตรวจสอบ SPF ไปใช้นานแล้ว   หากคุณมี Gmail สามารถเปิดดูรายละเอียดของการตรวจสอบ SPF ได้  ด้วยการคลิกที่ปุ่ม drop down เมนูรูปสามเหลี่ยม ข้างๆ คำว่า Reply   และเลือกที่ Show original 

หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างใหม่ซึ่งแสดงรายละเอียด header ของอีเมลฉบับนั้นว่ามีการเดินทางเมื่อไหร่อย่างไร  ส่งที่เราต้องมองหาก็คือ บรรทัดที่ขึ้นต้นด้วย “Received-SPF:

ดังเช่นตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่าเซิร์ฟเวอร์ IP address หมายเลข 203.xxx.xxx.xxx ซึ่งส่งอีเมล ภายใต้โดเมน domain.org นั้น ไม่ผ่านการตรวจสอบ เพราะโดเมนนี้ไม่ได้ระบุให้ IP address หมายเลขนี้ทำการส่งอีเมล

Received-SPF: fail (google.com: domain of username@domain.org does not designate 203.xxx.xxx.xxx as permitted sender)

ในขณะที่ตัวอย่างต่อไปนี้ แสดงให้เห็นว่าเซิร์ฟเวอร์ IP address หมายเลข 209.xxx.xxx.xxx ซึ่งส่งอีเมล ภายใต้โดเมน domain.org นั้น ผ่านการตรวจสอบ

Received-SPF: pass (google.com: domain of username@domain.org designates 209.xxx.xxx.xxx as permitted sender)

คุณสามารถอ่านรายละเอียดของ SPF ได้ที่เว็บ http://www.openspf.org/  ซึ่งมีบริการให้ตรวจสอบ SPF  record ของโดเมน  หรืออาจจะใช้บริการของไมโครซอฟท์ที่ http://www.anti-spamtools.org/ ก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้สามารถศึกษา SPF พร้อมตัวอย่างการกำหนด SPF record สำหรับกรณีต่างๆ ได้ที่นี่
http://www.zytrax.com/books/dns/ch9/spf.html

ในกรณีของเว็บเซิร์ฟเวอร์ซึ่งให้บริการเว็บอยู่หลายโดเมน  วิธีการตั้งค่า SPF record ที่เหมาะสมคือให้อ้างไปยัง SPF record หลักของเซิร์ฟเวอร์นั้น  เพื่อการสะดวกในการแก้ไขปรับปรุงข้อมูล เพราะอย่างไรก็ตามเซิร์ฟเวอร์นั้นก็ต้องทำหน้าที่ในการส่งอีเมลให้โดเมนต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องนั้นอยู่แล้ว เช่น

yourdomain.com. IN  TXT   “v=spf1 include:cyberbeing.biz -all”
mydomain.com. IN  TXT   “v=spf1 include:cyberbeing.biz -all”

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสถิติของ MailCleaner ได้ชี้ให้เห็นว่าการใช้ SPF นั้นอาจไม่ได้ผลกับสแปมเมลที่เป็นภาษาไทย

…จากข้อมูลสถิติในระบบ MailCleaner กลับพบว่า อีเมล์ที่ผ่านการตรวจสอบด้วย SPF กลับเป็น จดหมายขยะจำนวนมากถึง 3800 ฉบับต่อสัปดาห์ จากอีเมล์ที่ผ่านการตรวจสอบด้วย SPF จำนวน 1 แสนฉบับต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นอัตราที่มากพอสมควรสำหรับกฎที่มีผลถึงขนาดปฏิเสธการรับอีเมล์

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ส่งสแปมในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย ใช้ฟรีอีเมล์ที่มีการกำหนด SPF ในการส่งสแปม อีเมล์เหล่านี้จึงมาจากเครื่องเซิฟเวอร์ที่ถูกต้องตามหมายเลขไอพีที่ประกาศไว้ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้แตกต่างกับผู้ส่งสแปมในต่างประเทศที่ใช้วิธีตั้งเมล์เซิฟเวอร์ขึ้นเองเพื่อใช้ในการส่งสแปมโดยเฉพาะ…

Popularity: 40% [?]

Domain name and Web hosting

อ่านบล็อกของคุณ Rachanont เรื่อง “How to have yourname.com blog“  แล้วก็ทำให้นึกถึงการทำเว็บว่าจริงๆ แล้วมีองค์ประกอบอะไรบ้าง  จากมุมมองของผมนั้น คิดว่าน่าแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ

  1. ชื่อโดเมน (Domain name)
  2. พื้นที่เก็บข้อมูลของเว็บ (Web hosting)
  3. ข้อมูลของเว็บ (Web content)

ในแต่ละส่วนก็มีความสำคัญในตัวเอง  เช่นหากพูดถึงชื่อโดเมนแล้วก็จะพบว่ามีบทความมากมายที่เขียนแนะนำว่าลักษณะของชื่อโดเมนที่ดีควรเป็นอย่างไร เช่น ไม่ควรจะยาวเกินไป ไม่ทำให้สับสน จำง่าย เป็นต้น  ชื่อโดเมนที่สื่อถึงเนื้อหาของเว็บเองก็จะมีข้อได้เปรียบมากมาย  ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการประมูลขายชื่อโดเมนราคาเป็นล้านๆ   แม้กระทั่งข้อพิพาทการแย่งชิงสิทธิ์ในการครอบครอง หรือการขู่กรรโชคทรัพย์โดยใช้ชื่อโดเมนก็มีเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย

พื้นที่เก็บข้อมูลของเว็บนั้นก็คือ พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ของเซิร์ฟเวอร์ (มักจะเรียกเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการชนิดนี้ว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์) หรือเครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ซึ่งเราจะนำเอาข้อมูลของเว็บเราเข้าไปเก็บไว้  เพื่อให้ใครต่อใครมาเปิดอ่านนั่นเอง

domain_webhosting1.gifดังนั้นขนาดของพื้นที่และข้อมูลของเว็บก็จะต้องสัมพันธ์กัน  ผู้ทำเว็บก็จะต้องรู้ว่าปริมาณข้อมูลเว็บของตัวเองมีขนาดเท่าใด  แล้วก็จึงพิจารณาเลือกขนาดของพื้นที่ที่เหมาะสม โดยอาจจะต้องประมาณพื้นที่เผื่อไว้ในอนาคตด้วย  ทั้งนี้จะต้องทำการประมาณให้พอเหมาะพอดี  เพราะการเลือกขนาดของพื้นที่ที่มากเกินไปก็จะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่นั่นเอง

ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่เว็บนั้นมีมากมายจนเลือกไม่ถูกทั้งที่อยู่ในและนอกประเทศ  ข้อดีที่สุดของผู้ให้บริการที่อยู่ประเทศก็คือ ความเร็วของการเรียกดูเว็บจากคนที่อยู่ภายในประเทศจะเร็วมาก  เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ในประเทศเป็นหลัก

แต่ขอร้องว่า กรุณาอย่าเข้าใจว่าเลือกใช้บริการในประเทศกับผู้ให้บริการที่เป็นคนไทย  พูดภาษาไทยด้วยกันแล้ว ทำอะไรมันจะง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก   เพราะอาจจะไปเจอผู้ให้บริการที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย บริการดีก็เฉพาะก่อนจ่ายตังค์  พอจ่ายตังค์ไปแล้วก็เป็นอีกอย่าง  เรื่องแบบนี้อาจจะต้องมีการสืบเสาะหาข้อมูลก่อน   ซึ่งบางทีแล้วแต่ดวงด้วยเหมือนกัน

แม้แต่บริษัทใหญ่ที่ดูน่าเชื่อถือมาก ทำธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่รับฝากเว็บไซต์ ออกแบบและจัดทำเว็บไซต์  มีทีมงานพัฒนาเว็บไซต์ แต่ก็มีลูกเล่นแพรวพราว  ที่เจอมากับตัวเองก็คือ ตอนที่นำเสนอโครงการนั้นบอกว่าจะทำการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเองทั้งหมด อธิบายส่วนต่างๆ ได้เป็นฉากๆ  แต่เมื่อส่งมอบงานกลับนำโปรแกรมโอเพ่นซอร์สมาดัดแปลง แล้วนำมาส่งมอบหน้าตาเฉย   :sad:

สำหรับผู้ให้บริการพื้นที่เว็บของต่างประเทศนั้นก็มีมาก  ซึ่งการค้นหาข้อมูลว่าผู้ให้บริการรายใดมีคุณภาพดีและน่าเชื่อถือนั้นหาได้ง่ายกว่ามาก  เพียงแต่คุณต้องขยันอ่านรีวิวของผู้ใช้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ  ผมเคยใช้บริการมาแล้วหลายแห่ง  แต่ละแห่งที่เลือกนั้นมีระดับคุณภาพการให้บริการดีเยี่ยมในระดับมืออาชีพ

มาถึงตอนนี้ สมมติว่าเราได้เลือกขนาดพื้นที่ที่ต้องการไว้แล้ว และขณะเดียวกันเราก็ชื่อได้ชื่อโดเมนที่ต้องการแล้วด้วยเช่นกัน   ปัจจุบันผู้ให้บริการเช่าพื้นที่เว็บทุกรายจะมีบริการจดชื่อโดเมนด้วย  บางรายก็ถือเป็นแพ็คเกจเช่าพื้นที่และแถมชื่อโดเมนไปพร้อมกัน  ซึ่งที่จริงแล้วนั้นเราสามารถที่จะแยกทำการจดชื่อโดเมนด้วยตัวเองต่างหากได้  แล้วจึงนำชื่อโดเมนของเราไปใช้ร่วมกับผู้ให้บริการพื้นที่เว็บที่เราเลือกไว้แล้ว

การใช้บริการจดชื่อโดเมนของผู้ให้บริการเช่าพื้นที่เว็บนั้น ก็อาจสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการ แต่อาจมีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคุณเกิดเปลี่ยนใจไม่อยากที่จะใช้บริการเช่าพื้นที่ของเขาต่อ   เพราะหากไม่เคยทำมาก่อนแล้วการย้ายโดเมนหรือแก้ไขข้อมูลของโดเมนนั้นอาจไม่ง่ายนัก  

ยิ่งหากคุณไปเจอผู้ให้บริการที่บริการห่วยๆ  โดยไม่ยอมให้สิทธิ์คุณเข้าไปปรับแก้ข้อมูลของโดเมนของตัวเองเลยนั้น  ก็ถือเป็นโชคร้าย  ทั้งๆ ที่ขั้นตอนต่างๆ ไม่ได้ยุ่งยาก  แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ให้บริการที่ไม่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการเท่านั้นเอง

เมื่อจดชื่อโดเมนแล้ว  คุณควรจะทำการขอรหัสผ่าน สำหรับเข้าไปแก้ไขข้อมูลของโดเมนด้วย  ก็ในเมื่อชื่อโดเมนเป็นของคุณ ทำไมคุณจะมีรหัสผ่านของโดเมนนั้นไม่ได้ และควรจะรู้ไว้ว่าผู้ให้บริการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นนายหน้า ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทรับจดโดเมนที่เป็นนายทะเบียนในต่างประเทศอีกที 

คุณสามารถตรวสอบรายชื่อของนายทะเบียน (registrar) ได้ที่นี่ http://www.icann.org/registrars/accredited-list.html  (ลองมองหาชื่อประเทศไทยสิ มีไหม?)

กรณีที่คุณจดชื่อโดเมนเองผ่านทางบัตรเครดิต ซึ่งสามารถดำเนินการได้ภายใน 5-10 นาที  โดยเมื่อคุณได้ชื่อโดเมนและมีชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการแล้ว เช่น www.abc123.com  คุณจะนำเอามันไปโยงเข้ากับพื้นที่เว็บที่ผู้ให้บริการพื้นที่จัดไว้ให้ได้อย่างไร?  คำตอบก็คือคุณจะต้องแก้ไขข้อมูลของ name server ของโดเมนให้เป็นไปตามค่าที่ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่แจ้งให้คุณทราบ

domain_webhosting2.gif

name server จะทำหน้าที่ในการแปลงชื่อของเว็บไซต์ ให้เป็นหมายเลข IP Address ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่คุณนำข้อมูลของเว็บไซต์ไปฝากไว้   เมื่อได้หมายเลข IP Address แล้ว การติดต่อกันระหว่างบราวเซอร์และเซิร์ฟเวอร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็จะสามารถเกิดขึ้นได้

ดังนั้น แต่ละชื่อโดเมนก็จะต้องมี name server ประจำตัวของมัน  ไม่เช่นนั้นชื่อโดเมนของคุณก็จะไม่สามารถใช้งานได้   ซึ่งที่จริงแล้วคุณอาจไปใช้บริการ name server ที่บริษัทรับจดชื่อโดเมนได้จัดบริการส่วนนี้ไว้ให้อยู่แล้วก็ได้  เช่น www.enom.com และ www.onlinenic.com  

นอกจากนี้คุณจะอาจจะหันไปใช้บริการ name server ของผู้ให้บริการค่ายอิสระที่มีทั้งเสียค่าใช้จ่ายและบริการฟรี เช่น www.zoneedit.com และ www.mydomain.com ก็ได้เช่นกัน  แต่ทั้งนี้จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของระบบของชื่อโดเมนด้วย

เมื่อคุณสามารถที่จะเข้าไปแก้ไขข้อมูลต่างๆ ของชื่อโดเมนได้ด้วยตัวเองแล้ว  การที่จะเปลี่ยนผู้ให้บริการพื้นที่เว็บก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย  เพราะทันทีที่คุณทราบ name server ของผู้ให้บริการรายใหม่  คุณก็สามารถเข้าไปแก้ไข name server ได้ทันที  

domain_webhosting3.gif

ทั้งนี้อาจจะต้องรอให้ข้อมูลมีการอัพเดท ซึ่งโดยทั่วไปก็จะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงครับ :smile:

ป.ล. ราคาค่าบริการเช่าพื้นที่เว็บของ Cyberbeing.biz ได้ปรับลดลงมาแล้วครับ :wink:

Popularity: 33% [?]

ดูแลสุขภาพกันหน่อย

ผมทดลองทำ script ให้แสดงสุขภาพของเซิร์ฟเวอร์แบบคร่าวๆ โดยจัดระดับไว้ดังนี้

cool.gif เจ๋ง!
a.gif สบายๆ
b.gif OK เลย
c.gif หือออ…
d.gif โอ้ววว
e.gif งานเยอะจัง
f.gif อูยยย
g.gif แง๊ๆๆ

ตอนนี้ลองเอา script มาแปะไว้ด้านบนสุด ถ้าใช้งานได้จะได้เอาไปใช้จริงเลย :wink:

Popularity: 16% [?]

แก้ปัญหาส่งอีเมลเข้า hotmail ได้แล้ว!

หลังจากที่พยายามแก้ปัญหาการส่งอีเมลไปยัง xxx@hotmail.com มานานนับเดือน ล่าสุดที่ผมได้เพิ่ม SPF record และทำการทดสอบก็ยังส่งอีเมลไม่ได้นั้น ในที่สุดวันนี้ผมก็แก้ปัญหาได้แล้ว ด้วยการทดสอบเปลี่ยน IP Address ของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งกว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้นั้น ก็ต้องยื่นคำขาดกับบริษัทที่ผมใช้บริการอยู่ เพราะหากเขาไม่ยอมประสานงานกับทาง ISP แล้ว ยังไงก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ติดต่อให้ทางบริษัท ให้ช่วยประสานงานกับ ISP เพื่อทำ IP reverse mapping ให้ แต่ก็ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

หากประเมินการให้บริการต่างๆ ของบริษัทนี้ผมถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแย่ เพราะแม้กระทั่งระบบจัดเก็บค่าบริการ colocation ที่ผมทวงบอกให้ส่งใบแจ้งหนี้มาให้สักทีนั้นก็ลำบากยากเย็น และเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้ก็เป็นใบแจ้งหนี้ที่มีข้อผิดพลาด เพราะคำนวณค่าบริการเกินไป 1 เดือน

ผมไม่ทราบว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทลูกของอีกบริษัทหนึ่งที่มีชื่อเสียงว่ายอดแย่ และเมื่อทราบก็ค่อนข้างตกใจ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากส่งอีเมลเข้า hotmail.com ไม่ได้นี่แหละครับ ซึ่งหากในอนาคตเขายังบริการผมไม่ดี ก็อาจจำเป็นที่จะต้องพิจารณาหาที่อยู่ใหม่

ถึงวันนี้จะส่งอีเมลเข้า hotmail.com ได้แล้วนั้น ผมก็ยังไม่แน่ใจนักว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะวันข้างหน้าอาจจะโดนแบนเข้าให้อีกก็เป็นได้ ซึ่งจากบริการที่ได้รับเช่นนี้ผมคงต้องมานั่งปวดหัวอีกครั้งก็เป็นได้ :sad:

Popularity: 42% [?]

Next Page »